ความรับผิดชอบ (Responsibilities) VS อำนาจ (Authority) ของ Supervisor 1/2

Search

Tags

fb hotel restaurant service training trainingreform การบริการ การบริการอาหาร การบริการอาหารและเครื่องดืม การฝึกอบรม การพัฒนา การอบรม การอบรมการบริการอาหาร การอบรมการบริการอาหารและเครื่องดื่ม การอบรมภายในองค์กร การเพิ่มยอดการขายอาหารและเครื่องดื่ม การไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เรามักได้ยินหรือพบเจอการที่พนักงานแผนกหนึ่งแจ้งให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการให้ เดินไปพบ หรือ เดินไปไปติดต่อ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานอีกแผนกหนึ่ง บริการ ฝึกอบรม พัฒนา ภัตตาคาร มารยาท มารยามการรับประทานอาหารตะวันตก วิทยากร วิทยากรอบรม วิทยากรอบรมการบริการ หลักสูตรการบริการ หลักสูตรอบรม หลักสูตรอบรมการบริการ หลักสูตรอบรมภายในองค์กร ห้องอาหาร อบรม อบรมการบริการ อบรมบริการ อบรมภายในองค์กร อาหารและเครื่องดื่มอบรม โรงแรม

Written by Nattapol Klanwari

หน่วยงานต่างๆ ต้องมีพนักงานระดับปฏิบัติการเป็นผู้ทำงาน มีผู้จัดการหรือเจ้าของที่อาจทำหน้าที่ผู้จัดการเอง แต่ถ้าผู้จัดการหรือเจ้าของต้องลงมาสั่งการหรือควบคุมการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการเองทุกอย่าง ผู้จัดการก็จะไม่มีเวลาไปแก้ปัญหาหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ ได้เท่าที่ควร ดังนั้นในองค์กรจึงต้องมีหัวหน้างาน (Supervisor) หรือผู้จัดการระดับต้น เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้จัดการและพนักงาน

การทำงานในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอกชน การเพิ่มค่าจ้างหรือเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ มักจะขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบที่สูงขึ้นกว่าเดิม เช่น เลื่อนตำแหน่ง มีชิ้นงานความรับผิดชอบมากหรือสูงขึ้น อาจเลื่อนจากพนักงาน (Staff) เป็นหัวหน้าหน้า (Supervisor) เรียกง่ายๆ ว่าเป็นค่าความรับผิดชอบเพิ่มจากงานที่ทำอยู่ปกติ ถ้ายังทำงานอยู่อย่างเดิมการขึ้นเงินเดือนของแต่ละปีก็จะเพียงอ้างอิงกับค่าครองชีพซึ่งไม่มากเท่าไร

การปรับเลื่อนให้พนักงานที่ทำงานปกติขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน โดยมาก็มักคัดเลือกจากพนักงานที่มีผลการทำงานดีในองค์กรขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ถ้าองค์กรมีการเตรียมพนักงานที่มีศักยภาพไว้แต่เนิ่นๆ เมื่อปรับตำแหน่งขึ้นก็จะราบรื่นขึ้น แต่ถ้าไม่ได้เตรียมพนักงานไว้ก่อนเลย จู่ๆ ก็ปรับเขาขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน ก็อาจทำให้มีปัญหาตามมา เช่น การเลื่อนให้พนักงานเสิร์ฟที่ทำงานดีซึ่งก็คืองานเสิร์ฟดีนั่นเอง ขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน ถ้าพนักงานคนนั้นไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนก็อาจอยู่ในลักษณะ “เสียพนักงานเสิร์ฟดีๆ ไป 1 คน ได้หัวหน้างานที่แย่ๆ 1 คน” เพราะลักษณะงานด้านการเสิร์ฟกับงานการเป็นหัวหน้างานจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก บางคนก็อาจติดอยู่กับการที่ต้องเสิร์ฟเองตลอดอย่างเดิมที่เคยทำมา

องค์ประกอบของการเป็นหัวหน้างานจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ

     1. ความรับผิดชอบในการทำหน้าที่หัวหน้างาน (Responsibilities)

     2. อำนาจ (Authority) (ไม่ได้หมายถึงอำนาจแบบ Power นะครับ)

ความรับผิดชอบ (Responsibilities) และ อำนาจ (Authority) (หรืออาจเรียกว่าเครื่องมือ – Tools) จะเป็นของคู่กันที่ต้องเหมาะสมกัน เช่น

  • รับผิดชอบ : ตัดสายบัว – ใช้มีดเล็กๆ ตัดก็ได้
  • รับผิดชอบ : ตัดต้นกล้วย – ใช้มีดปังตอ
  • รับผิดชอบ : ตัดต้นยูคาลิปดัส – ใช้ขวานหรือเลื่อยยนต์
  • รับผิดชอบ : ตัดต้นตะเคียน – ใช้เลื่อยยนต์

งานง่ายๆ ได้เครื่องมือประสิทธิภาพสูงไปก็เปล่าประโยชน์ งานยากแต่ได้เครื่องมือประสิทธิภาพต่ำก็ทำงานยาก

 

บทความนี้ผมขอเน้นเฉพาะด้าน ความรับผิดชอบ (Responsibilities) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ที่ทำหน้าที่ Supervisor จะต้องตระหนักและปฏิบัติต่อความรับผิดชอบดังกล่าว ตลอดจนผู้จัดการหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปก็จะต้องเตรียมตัวให้พนักงานพร้อมรับความรับผิดชอบใหม่นี้ หรือเตรียมสร้างเส้นทางสายอาชีพให้เขา (Career Path) นั่นเอง

ความรับผิดชอบของหัวหน้างานประกอบด้วย

1. สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

  • ไม่ว่าการดำเนินการ หรือสไตล์ของการจัดการเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เป้าหมายท้ายสุดคือความพึงพอใจของลูกค้า

2. ความรู้ในเนื้องาน

  • การเป็นหัวหน้างานอาจต้องมีความรู้ของงานอย่างอื่นนอกเหนือจากที่เคยปฏิบัติก่อนหน้าในวงแคบๆ ดังนั้นต้องขวนขวายเรียนรู้เพิ่มเติมให้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

3. การเป็นผู้นำ

  • การทำงานในระดับปฏิบัติการอาจไม่ต้องเป็นผู้นำ โดยมากเป็นผู้ตามมากกว่า แต่เมื่อมาทำหน้าที่หัวหน้างานต้องแสดงบทบาทของการเป็นผู้นำด้วย เช่น ต้องแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม เป็นต้น

4. การสื่อสาร

  • หัวหน้างานจะต้องรับผิดชอบต่อการสื่อสารที่มากขึ้นและอาจซับซ้อนมากขึ้นกว่าการเป็นพนักงานปฏิบัติการ เดิมอาจไม่ต้องสื่อสารกับแผนกอื่น หรือกับผู้จัดการคนอื่นแต่จากนี้ต้องออกไปสื่อสารกับเขาเหล่านั้นแล้ว
  • การสื่อสารอีกเรื่องคือ ภาษาอังกฤษ เพราะต้องออกหน้าพูดคุยแทนพนักงานแล้ว

5. การประสานงาน

  • จากเดิมที่เคยแต่ทำงานในส่วนแคบๆ ในแผนกตนเอง แต่ต่อไปจะต้องประสานกับคนอื่น แผนกอื่นมากขึ้น จะไม่ใช่อยู่ในวงแคบๆ เช่นเดิม

Photo by Tim Gouw from Pexels

 

6. การระวังรักษาความปลอดภัย

  • ความปลอดภัยไม่ว่าด้วยด้านสุขภาพ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ต่างๆ หัวหน้าต้องรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมด กล่าวคือถ้าเกิดอะไรขึ้นจะหลีกหนีความรับผิดชอบไปไม่ได้

Photo by Jimmy Chan from Pexels

 

7. การพัฒนาและฝึกอบรม

  • องค์กรต่างๆ คาดหวังเป็นอย่างมากที่หัวหน้างานต้องฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพในการทำงานของพนักงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้

8. การรักษาสัมพันธภาพของพนักงานกับองค์กร

  • หัวหน้างานจะต้องเป็นตัวกลางระหว่างพนักงานและองค์กรให้มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน รักษาประโยชน์ของทั้งองค์กรและของพนักงาน

9. การจัดการผลตอบแทน

  • รับผิดชอบในการจัดการผลตอบแทนที่พึงมีพึงได้ของพนักงาน โดยมากก็จะผ่านกระบวนการประเมินผลงาน

10. ให้ความสำคัญกับงานที่ดี

  • ทำหน้าที่ทั้งการกระตุ้นให้เกิดงานที่ดี และให้ความสำคัญกับงานที่ดี ให้ผู้ที่ทำดีมีกำลังใจสร้างสรรค์งานที่ดีต่อไป

11. การสั่งงานที่ชัดเจน

  • การสั่งหรือการมอบหมายงานต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ ผู้รับการสั่งงานไม่สับสน

12. ความยุติธรรม

  • ขณะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการอาจต่อว่าหรือบ่นเรื่องที่หัวหน้าไม่ยุติธรรม เมื่อขึ้นมาเป็นหัวหน้างานแล้วก็ต้องรับผิดชอบให้เกิดความยุติธรรมตามที่สมควรเป็นให้ได้ ไม่ใช่แค่บ่น

13. ใช้ความคิดริเริ่ม

  • หัวหน้างานจะต้องใช้ความคิดริเริ่มในเรื่องต่างๆ ให้เห็นผลอย่างชัดเจน

14. คิดพิจารณาในปัญหาของตนเอง

  • ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะหัวหน้างานต้องแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องงานและปัญหาของลูกน้อง แต่ถ้าหัวหน้ามีปัญหาซะเองและไม่ติดจะแก้ไขก็ทำหน้าที่การเป็นหัวหน้างานอย่างลำบาก พนักงานอาจพูดได้ว่า “หัวหน้ายังแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้เลย” และที่สำคัญขึ้นไปอีกคือไม่คิดจะแก้ด้วย ยิ่งแย่ไปใหญ่ หรือไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไร แย่แน่

15. การจัดการด้านอุปกรณ์ เครื่องใช้

  • หัวหน้างานต้องวางแผน จัดหา สำรวจ สั่งซื้อ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ให้มีใช้อย่างดี ตลอดจนการซ่อมและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

16. การรักษาความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน

  • ต้องเป็นผู้ที่จัดการกับความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน หรือที่เรียกว่า Housekeeping

 

17. งานเอกสารต่างๆ

  • งานเอกสาร (Paper Works) มักจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับ Supervisor ใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยจับหรือหัวหน้าเก่าไม่เคยสอนหรือฝึกให้ทำมาก่อน ดังนั้นหัวหน้าให้ช่วยทำอะไร อย่าเกี่ยงครับ มันจะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต (เฉพาะเรื่องงานนะครับ)

18. งานด้านคอมพิวเตอร์ IT

  • อดีตไม่มีคอมพิวเตอร์ ก็จะใช้กระดาษเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งาน ดังนั้นหัวหน้าต้องใช้งานให้เป็นโดยเฉพาะ MS Word, Excel, PowerPoint และ Email ส่วน Line มักเล่นกันถนัดอยู่แล้ว

19. ควบคุมรักษากฎระเบียบ

  • ทำหน้าที่ในการรักษากฎระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ ของทั้งแผนกตนเองและของฝ่าย HR เช่น จำนวนวันการขาดงาน การมาทำงานสาย การลาประเภทต่างๆ อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ การลงโทษในระดับต่างๆ

20. การทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี

  • หัวใจของการเป็นหัวหน้างานอยู่ตรงนี้เลยครับ การเป็นตัวอย่างที่ดีหนึ่งตัวอย่างดีกว่าคำพูดสวยหรูเป็นพันๆ คำ

เป็นอย่างไรบ้างครับ ถ้าพนักงานที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้างานแล้วรับผิดชอบเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้ รับรอง คุ้มค่าเงินค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่ยังเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการอยู่ก็เตรียมสร้างความรับผิดชอบต่างๆ นี้ไว้ ในธุรกิจยังต้องการหัวหน้างานที่สามารถไปรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ที่กล่าวมา ถ้าไม่ใช่ที่ทำงานเดิม ที่อื่นก็ต้องการอีกมาก ไม่ได้ยุยงให้เปลี่ยนที่ทำงานนะครับ แต่ถ้ามีโอกาสโตก็จะได้พร้อม

องค์กรได้รับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของหัวหน้างาน หัวหน้างานก็ได้รับค่าจ้างสำหรับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น Win – Win

สำหรับรายละเอียดและวิธีการเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่างๆ ผมจะได้นำมาทยอยเขียนเป็นบทความแยกต่อไปอีก

บทความต่อไปผมจะเขียนสิ่งที่ค้างไว้ คือ เรื่อง Authority รอติดตามครับ

สามารถอ่านบทความเรื่อง “กำแพงกั้นการก้าวสู่ตำแหน่งบริหารจัดการ” ได้ที่       https://trainingreform.com/index.php/training-blog/165-training-blog-71

To be continued !!!