ความแตกต่างระหว่าง Service และ Hospitality

Search

Tags

fb hotel restaurant service training trainingreform การบริการ การบริการอาหาร การบริการอาหารและเครื่องดืม การฝึกอบรม การพัฒนา การอบรม การอบรมการบริการอาหาร การอบรมการบริการอาหารและเครื่องดื่ม การอบรมภายในองค์กร การเพิ่มยอดการขายอาหารและเครื่องดื่ม การไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เรามักได้ยินหรือพบเจอการที่พนักงานแผนกหนึ่งแจ้งให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการให้ เดินไปพบ หรือ เดินไปไปติดต่อ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานอีกแผนกหนึ่ง บริการ ฝึกอบรม พัฒนา ภัตตาคาร มารยาท มารยามการรับประทานอาหารตะวันตก วิทยากร วิทยากรอบรม วิทยากรอบรมการบริการ หลักสูตรการบริการ หลักสูตรอบรม หลักสูตรอบรมการบริการ หลักสูตรอบรมภายในองค์กร ห้องอาหาร อบรม อบรมการบริการ อบรมบริการ อบรมภายในองค์กร อาหารและเครื่องดื่มอบรม โรงแรม

 

Written by Nattapol Klanwari

ท่านผู้อ่านเคยมีประสบการณ์ในการใช้บริการต่างๆ แล้วมีความรู้สึกชื่นชอบอย่างหนึ่งแต่เสียความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งหรือไม่ เช่น ร้านอาหารร้านนี้รสชาติอร่อยแต่เสียดายแม่ค้าปากไม่ดี หรือในทางตรงกันข้ามแม่ค้าอัธยาศัยดีแต่อาหารไม่ค่อยอร่อย หรือแม้แต่ไปหาหมอ หมอคนนี้วินิจฉัยเก่งรักษาเก่งแต่พูดแบบมะนาวไม่มีน้ำ นั่นแหละครับเป็นเรื่องของ Service และ Hospitality

ผมเคยถูกถามว่า Service และ Hospitality ต่างกันอย่างไรเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา นึกขึ้นได้เมื่อเร็วๆ นี้ประกอบกับผ่านประสบการณ์ในเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง Service และ Hospitality มามากพอสมควร บางครั้งพยายามจะอธิบายกับผู้ว่าจ้างให้ดำเนินการอบรมหรือพัฒนาระบบการให้บริการ โดยผมต้องเสนอภาพเต็ม แต่โดยมากก็มักจะให้ตัดตอนทำเป็นชิ้นๆ ซึ่งเป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนาการให้บริการในภาพรวมที่เป็นเป้าหมายปลายทางหลัก อย่างหนึ่งดี แต่อีกอย่างหนึ่งไม่ดี ก็ไปลำบาก

เรามาเริ่มที่ความหมายของตัวคำศัพท์กันก่อน

Service

  • an act of helpful activity; help; aid
    • to do someone a service

หมายถึงการทำกิจกรรมในการให้ความช่วยเหลือ คือทำอะไรให้ใครสักคน

Hospitality

  • the friendly reception and treatment of guests or strangers

  • the quality or disposition of receiving and treating guests and strangers in a warm, friendly, generous way.

หมายถึงการปฏิบัติต่อแขก ผู้มาติดต่อ ตลอดจนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยความเป็นมิตร

Source https://www.dictionary.com/browse/service

ต่อไปผมจะได้ขยายความพร้อมยกตัวอย่างที่มีผลกระทบต่อการให้บริการ โดยทั่วไปเราก็จะใช้คำรวมทั้ง Service และ Hospitality ไว้ในคำว่าการ “บริการ” ในคำเดียวจนอาจทำให้เกิดการหลงทางหรือทำการพัฒนาไม่เต็มระบบ เสียเงิน เวลา และความพยายามในการสร้างทีม ทั้งที่ทำเองในองค์กรและจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาช่วย แต่ถ้าทำไม่เต็มทั้งระบบก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่

ธุรกิจที่ให้บริการ บางธุรกิจก็จะน้ำหนักไปทางด้าน Service ที่ชีเรียสเข้มข้น เช่น การรักษาพยาบาล ธุรกิจการบิน การซ่อมยานยนต์ อาจจะพูดว่าเพราะความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจนอาจถึงแก่ชีวิตก็ได้ บางธุกิจก็จะมีน้ำนักของ Service ที่เบาบางลงเช่น โรงภาพยนตร์ อาจเป็นเพราะความเสี่ยงต่ำ การเข้าไปดูภาพยนตร์ก็ไม่มีความเสี่ยงอะไรมากมากที่อาจถึงแก่ชีวิต (ยกเว้นไฟไหม้แล้วไม่มีทางหนีไฟ) นั่นเป็นเรื่องทางด้าน Product ซึ่งผมขอข้ามไปถือว่าธุกิจต้องมีมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์อยู่แล้ว (หวังว่า)

ถ้าเราไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล เป้าหมายหลักคือการได้รับการรักษาจากแพทย์ที่มีฝีมือ วินิจฉัยตรงจุด พยาบาลทำการฉีดยาอย่างไม่ผิดพลาด เราหายป่วยหรืออาการดีขึ้น นั่นคือเราหวังด้าน Medical Service หรือ Medical Treatment ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการการพูดจาจากแพทย์และบุคลาการทางการแพทย์ที่สุภาพ อธิยายข้อมูลต่างๆ อย่างชัดเจน ด้วยความตั้งใจเหมือนห่วงใยเราจริงๆ

จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ จ้างแพทย์ที่มีฝีมือด้านต่างๆ ซึ่งแพทย์ก็มีมาตรฐานของการเป็นแพทย์อย่างแน่นอนอยู่แล้ว (กว่าจะเรียนจบมาได้) จะเพิ่มการแข่งขันด้านการให้บริการด้านอื่นๆ จนแทบจะเป็นโรงแรมดีๆ เลย มีเรื่องของห้องพัก (Room Division) การบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Service) การดูแลจัดการด้านความสะอาดของห้องพัก สถานที่และผ้าต่างๆ (Housekeeping Service) ขณะเดียวกันก็พัฒนาอัธยาศัยไมตรีที่ดีให้กับผู้ป่วยและผู้มาติดต่อคือเพิ่มด้าน Hospitality นั่นเอง

Photo by Hush Naidoo on Unsplash

ผมเคยร่วมงานกับทีมพัฒนาการให้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ผมเน้นทางด้านการบริการที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ ผมแนะนำให้มีการให้รองเท้าแตะ (Sliper) อย่างน้อย 2 คู่ คู่หนึ่งของผู้ป่วย อีกคู่หนึ่งของคนเฝ้าไข้ แบบที่ใช้ในโรงแรมเป็นผ้าบางๆ ราคาไม่เกินคู่ละ 10 บาท เมื่อเทียบกับค่าห้องคืนละ 5,000 บาทเป็นอย่างต่ำ มีเจ้าหน้าที่คัดค้านว่าไม่เห็นจำเป็นเลย ไม่เห็นจะช่วยให้การรักษาพยาบาลดีขึ้นเลย ในที่ประชุมการเสนอของผมตกไป แต่ทราบภายหลังว่ามีการให้รองเท้าแตะดังกล่าวในห้องคนไข้แล้ว

อีกตัวอย่างหนึ่ง เรานำรถเข้าศูนย์บริการ ซึ่งปัจจุบันจะมีการให้บริการอื่นๆ นอกเหนือจากการซ่อม เช่น มีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ มีห้องนั่งรอพร้อมเครื่องดื่ม มีพนักงานแม่บ้านคอยดูและทำความสะอาดพืนที่ อุปกรณ์ ภาชนะต่างๆ ตลอดเวลา สิ่งที่เราคาดหวังคือ

  • ด้าน Tecnical Service คือ ช่างซ่อมแล้วขาด คือซ่อมได้ตรงจุด อาการหายขาด
  • ด้าน Hospitality ที่มี รปภ. คอยอำนวยความสะดวกในการเข้าที่จอดรถ เจ้าหน้าที่ยินดีให้การต้อนรับ อัธยาศัยดี

สิ่งที่อาจก้ำกึ่งระหว่าง Service และ Hoslpitality ซึ่งบางแห่งจะมีเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์รับในการพูดคุยกับลูกค้า เราไม่ได้พบกับช่างโดยตรง

  • หนักงานแจ้งราคาอะไหล่ผิด
  • ช่างเช็คอาการเสียไม่ถี่ถ้วน ซ่อมแล้วต้องซ่อมเพิ่มเติมอีก
  • ไม่ตรวจสอบสภาพหลังการซ่อมเสร็จ ลูกค้านำรถออกไปแล้ว ยังพบอาการที่ชำรุดอยู่
  • ฯลฯ

เจอเหตุการอย่างนี้เข้าไปคงทำใจลำบาก ถ้าซ่อมกับอู่สังกะสีแบบบ้านๆ ก็พอทำใจได้ แต่ถ้าเป็นศูนย์ใหญ่ๆ ก็ย่อมทำใจลำบาก ต่อให้มีพนักงานต้อนรับดีขนาดไหนก็เป็นปัญหาในภาพรวมอยู่ดี ผมก็พยายามคิดหาว่าอะไรเป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าวก็พอจะมองเห็นว่า “การสื่อสาร” ในทุกๆ จุดเป็นประเด็นหลัก

 

 

การสื่อสารที่ว่าจะต้องเป็นทั้งระบบ กับทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมนั้นๆ เช่น ช่าง พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ ลูกค้า ผู้จัดการ คือมีใครเกี่ยวข้องต้องได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันหมด และแน่นอนว่าก่อนการสื่อสารผู้ที่จะบอกหรือสื่ออะไรออกไปก็ต้องมีความแม่นยำในข้อมูล (เช่น Product Knowledge) เสียก่อน จะให้พูดเพราะแค่ไหนถ้าข้อมูลผิดพลาดก็เกิดปัญหาอยู่ดี

หลักการนี้ใช้ได้กับทุกธุรกิจไม่ว่าเป็นการให้บริการลูกค้าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หรือแม้กระทั่งหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน (Support Section) ขอขยายความหมายของการ Support เพิ่มเติมคือ

  • พนักงานเสิร์ฟ ถือเป็นผู้ให้บริการลูกค้าโดยตรง หรือ Front Line Service
  • กุ๊ก ปรุงอาหารให้พนักงานเสิร์ฟนำไปเสิร์ฟ เป็น ฝ่ายผลิด หรือ Production
  • ฝ่ายบัญชี จัดซื้อ HR ฯลฯ เป็นฝ่ายสนับสนุน หรือ Supporter

ในโรงแรมหรือภัตตาคารจะระบุงานด้าน Service ไว้อย่างชัดเจน เช่น

  • Check In Service
  • Check Out Service
  • Turn Down Service
  • Room Service
  • Wine Service
  • ฯลฯ

ตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างที่ขอแชร์ให้ท่านผู้อ่านได้ช่วยพิจารณา มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งอยู่หน้า ม.บูรพา ช่วงนั้นเป็น มศว.บางแสน เป็นร้านที่ขายดีมาก ขอไม่พูดชื่อร้านก็แล้วกัน มีชื่อเมนู เช่น

  • แสบ ต.ช.ด.
  • M 16
  • ภูธร
  • นครบาล

นอกเหนือจากรสชาติก๋วยเตี๋ยวที่แซ่บ ราคาไม่แพง แต่ต้องทานอย่างน้อย 2 ชามแน่ๆ ที่เราชอบไปทานกันด้วยเหตุผลอีกประการหนึ่งคือ เจ้าของ สามีภรรยามักจะต้องทะเลาะต่อล้อต่อเถียงกันอยู่เป็นประจำ บางวันถึงกับภรรยาวิ่งไล่ตีสามีด้วยกระพ้อลวกเส้น สามีก็อารมณ์ดี วิ่งหนีไปท้ายทายภรรยาไป ถ้าวันไหนไปทานแล้วสามีภรรยาไม่ทะเลาะกันถือว่าวันนั้นผิดหวังเป็นอย่างมาก

 

https://www.youtube.com/watch?v=_9fvc1wfqrQ

ตกลงกิจกรรมดังกล่าวถือเป็น Service หรือ Hospitality ครับ