เปรียบเทียบค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ VS รายจ่ายที่จำเป็นรายวัน แคนาดา – ไทย

Search

Tags

fb hotel restaurant service training trainingreform การบริการ การบริการอาหาร การบริการอาหารและเครื่องดืม การฝึกอบรม การพัฒนา การอบรม การอบรมการบริการอาหาร การอบรมการบริการอาหารและเครื่องดื่ม การอบรมภายในองค์กร การเพิ่มยอดการขายอาหารและเครื่องดื่ม การไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เรามักได้ยินหรือพบเจอการที่พนักงานแผนกหนึ่งแจ้งให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการให้ เดินไปพบ หรือ เดินไปไปติดต่อ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานอีกแผนกหนึ่ง บริการ ฝึกอบรม พัฒนา ภัตตาคาร มารยาท มารยามการรับประทานอาหารตะวันตก วิทยากร วิทยากรอบรม วิทยากรอบรมการบริการ หลักสูตรการบริการ หลักสูตรอบรม หลักสูตรอบรมการบริการ หลักสูตรอบรมภายในองค์กร ห้องอาหาร อบรม อบรมการบริการ อบรมบริการ อบรมภายในองค์กร อาหารและเครื่องดื่มอบรม โรงแรม

Written by Nattapol Klanwari

คนเราต้องทำงานหารายได้เพื่อยังชีพ และยังต้องสร้างความมั่นคงสำหรับอนาคต รวมถึงต้องพัฒนาความเป็นอยู่ พัฒนาศักยภาพ เพิ่มความรู้ความสามารถ ตลอดจนสร้างครอบครัว ต่อไปก็คือลูกและหลานของแต่ละครอบครัวต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ต้องมากกว่ารายจ่ายถึงจะมีเงินเหลือเก็บหรือนำไปใช้พัฒนาส่วนต่างๆ ของชีวิตได้

ประเทศไทยมีการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท มาเป็นระยะเวลาหนึ่งและเพิ่งมีการประกาศปรับขึ้นอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงแรงงานอีกครั้งในปี 2563 ตามตารางที่แสดง โดยเฉลี่ยก็จะเป็นประมาณวันละ 320 บาท ถ้าทำงานวัน 8 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเท่ากับชัวโมงละ 40 บาท

จริงอยู่ว่าโดยทั่วไปแล้วคนไทยส่วนมากก็จะได้รับค่าจ้างกันมากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด เช่น การทำงานชั่วคราว (Part Time) ในโรงแรม เสิร์ฟในงานจัดเลี้ยงขณะนี้อย่างน้อยก็วันละ 400 บาทเป็นอย่างต่ำ ถ้าเป็นช่างลูกมืออย่างน้อยก็วันละ 500 บาท แต่ถ้ารับจ้างทั่วๆ ไป แบกของ ขนของส่งของก็ได้อย่างน้อยวันละ 320 บาท

มาดูค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในประเทศอเมริกาและแคนาดากันครับ ค่าจ้างแรงงานในอเมริกาอย่างต่ำชั่วโมงละ 10 เหรียญสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเงินไทยประมาณ 310 บาท ถ้าแคนาดาชั่วโมงละอย่างน้อย 13 CA$ หรือประมาณ 300 บาท ขณะนี้ 1 US$ = 31 บาท, 1 CA$ = 23 บาท

ผมจะยกตัวอย่างข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงที่ประเทศแคนาดาที่ผมกำลังใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำผมจะใช้ราคาที่ต่ำที่สุดที่จะได้รับในในการทำงานภายใน 1 วัน

  • งานรับจ้างทั่วไปที่ไม่ใช้ทักษะฝีมือมาก เช่น เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารทั่วไป เช่น ร้านขายราเม็ง ห่อเกี๊ยวตามร้านอาหารจีน ติดรถขนของ ฯลฯ ชั่วโมงละ 13 CA$
  • งานที่ต้องใช้ฝีมือที่ต้องใช้ประสบการณ์ เช่น กุ๊กประกอบอาหาร ประกอบเฟอร์เจอร์ เช่น ตู้ โต๊ะ ของ IKEA, ทาสี ฯลฯ  ชั่วโมงละ 18 CA$
  • ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะฝีมือที่ต้องเรียนมาโดยเฉพาะ หรือใช้ความชำนาญพิเศษ เช่น ช่างเดินสายไฟฟ้า พนักงานบริการในห้องอาหารหรูหรา (Fine Dining) ก็จะได้รายได้สูงขึ้นไปอีก เป็นชั่วโมงละ 30, 40 CA$

https://ca.indeed.com/jobs?q=General+Labour&l=Toronto%2C+ON

ท่านผู้อ่านสามารถเช็คราคาค่าจ้างตำแหน่งงานต่างๆ ในเว็บที่ผมปะลิ๊งค์ไว้ได้ อย่างช่างก่ออิฐค่าจ้างชั่วโมงละ 38 CD$

ทีนี้เรามาดูค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในแต่ละวันกัน ผมใช้พื้นฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่แคนาดาชั่วโมงละ 13 CA$ โดยถือค่าครองชีพที่เป็นจริงในเมืองเมืองหลักใหญ่คือที่ โตรอนโต้ เปรียบเสมือนเป็นกรุงเทพที่ไทย

  • ค่าเดินทางในโตรอนโต้ เปรียบเป็นกรุงเทพและชานเมืองที่รถไฟฟ้าและรถเมล์ ขสมก ไปถึง ที่โตรอนโต้เรียก TTC (Toronto Transit Commission) เที่ยวละ 3 CA$ ไปกลับ = 6 CD$ สามารถใช้นั่งรถใต้ดิน (Subway) เปลี่ยนไปต่อรถราง (Street Car) และรถเมล์ได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก

 

รถเมล์ของ TTC และจะเห็นว่ามีการใช้จักรยานโดยมีเลนส์สำหรับให้จักรยานใช้โดยเฉพาะ

 

สภาพภายในรถเมล์ มาตรงเวลาที่ติดป้ายไว้ที่ป้ายรถเมล์และสามารถเช็คเวลาใน Google Map ได้

 

 

รถรางหรือ Street Car

 

รถไฟฟ้าใต้ดิน (Subway) ที่ให้บริการในโตรอนโต้

นั่นคือการเดินทางไปทำงานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใช้บริการกันทั้งระดับผู้จัดการ คนทำงานออฟฟิต หรือแม้แต่กรรมการ ต่อไปมาดูเรื่องอาหารการกินกันบ้าง

อาหารที่ทานกันในฟู้ดคอร์ท (Food Court) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ จานละ 8 – 12 CA$ ปริมาณมากอิ่มกันเลย ไม่ต้องซื้อเพิ่มจานที่สองอย่างแน่นอน น้ำดื่มหรือน้ำอัดลมขวดหรือกระป๋องละ 1.5 CD$ ถ้าต้องการประหยัดก็สามารถดื่มน้ำก๊อกได้ ไม่ต้องเสียเงิน

อาหารกล่องๆ นี้ 10 CS$

 

ราเม็งชามนี้ 12 CD$ เห็นชามเล็กๆ แบบนี้แต่เป็นชามก้นลึก ทานอื่มอย่างแน่นอนในชามเดียว

ถ้าต้องการประหยัดให้ราคาอาหารต่ำลงมาอีกก็สามารถพึ่งพาร้านฮ็อทด๊อก (Hot Dog) หรือ เบอร์เกอร์ (Burger) ก็ได้ ราคาก็ชิ้นละประมาณ 4 – 6 CD$ อิ่มได้เหมือนกัน

 

รีบด่วนและประหยัดเงินก็ร้านอย่างนี้เลย Hot Dog ราคา 4 – 6 CD$ ก็อิ่มแน่ๆ

นั่นก็เป็นพื้นฐานในการใช้จ่ายในการเดินทางและการกิน ในไปทำงานในแต่ละวัน ทีนี้มาดูราคาอย่างอื่นที่อาจซื้อเพิ่มเติมไปอื่ก เช่น

  • กาแฟแก้วละ 3 – 5 CD$ ถึงแม้จะเป็นกาแฟ Starbucks ก็จะราคาประมาณนี้ ถ้าต้องการราคาถูกแต่รสชาติจะอ่อนหน่อย ก็เป็น Tim Hortons ราคา 1.5 CD$ (ผมใช้บริการบ่อย)
  • เบียร์กระป๋องละ 2.5 CD$ ขนาดบรรจุ 500 CC (ที่ไทย 330 CC)

เขียนมาถึงตรงนี้สรุปว่าการทำงานที่แคนาดาสามารถ ใช้รายได้ของ 1 ชั่วโมงจ่ายค่าเดินทางไปกลับและค่าอาหารกลางวันได้อย่างสบายๆ ใช้ชีวิตสภาพแวดล้อมได้เช่นเดียวกับพนักงานที่ทำงานในสำนักงานหรือพนักงานออฟฟิตทั่วไป คือที่ 13 CD$ ที่เหลือสามารถนำไปจัดการเรื่องอื่นได้แล้วแต่แต่ละคน

ต่อไปลองเทียบค่าใช้จ่ายในกรุงเทพครับ

  • ค่าเดินทาง ค่ารถเมล์ไปกลับเกิน 20 บาท อย่างแน่นอน ถ้าต้องใช้รถไฟ้าหรือใต้ดิน ไปกลับต้องเกิน 60 บาท

 

 

  • ค่าอาหาร ถ้าเป็นร้านริมทางทั่วไปจานละไม่ต่ำกว่า 30 บาท ถ้าเป็นฟู้ดคอร์ทในห้าง จานละไม่ต่ำกว่า 40 บาท จานเดียวไม่อื่มแน่

ตัวอย่างโจ๊กชามนี้ราคา 50 บาท

 

เย็นตาโฟ 40 บาท ต้องกี่ชามถึงจะอิ่ม?

ที่แคนาดาใช้เงินจากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 1 ชั่วโมง (หรือ 1/8 = 12.5%) สำหรับการเดินทางและอาหารกลางวันได้อย่างพนักงานออฟฟิตทั่วๆ ไป สำหรับที่ไทยต้องใช้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง (4/8 = 50%) บางคนเช้าต้องแวะร้านกาแฟอีก 1 แก้ว เอาราคาถูกๆ ก็ประมาณ 30 บาท ตกลงวันๆ แทบไม่เหลืออะไรเลย ไม่ต้องไปคิดว่าจะไปเสียเงินเรียนอะไรเพิ่มเติม หรือให้ลูกเข้าโรงเรียนอะไรที่เพิ่มการแข่งขันที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

มาถึงบบทัดนี้ผมขอเน้นย้ำว่าไม่ได้ระบุว่าที่ไหนดีกว่ากัน ที่ไหนแย่กว่ากัน แต่เป็นการระบุข้อมูลที่เป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งมีผลกระทบกับผู้ทำงาน ผู้จ้างงาน สังคมและการพัฒนาประเทศในภาพรวมอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่มีความสามารถพอที่จะพูดถึงเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาคได้ แต่ที่เห็นแน่ๆ คือ

   1. องค์กรต่างๆ ต้องมีการปรับระบบ (System) วิธีการ (Process) ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานให้มากขึ้น ที่จะช่วยลดการใช้แรงงานคน แต่ยังคงประสิทธิภาพหรือให้ได้ประสิทธภาพมากกว่าเดิม

   2. พนักงานต้องพัฒนาศักยภาพในการทำงานทั้งงานที่เป็นทักษะฝีมือเฉพาะ (Skill) เพิ่มเติมความรู้ (Knowledge) ที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนแนวความคิดหรือทัศนคติการทำงาน (Attitude / Mindset)ที่เป็นแบบเดิมๆ เพิ่มความสามารถด้านการจัดการ (Management Skill) และการบริหาร (Administration) จะรอรายได้หรือเงินเดือนเพิ่มขั้นเพราะทำงานมานานคงไม่ได้แล้ว

ก่อนจบของฝากคลิปเรื่อง รวยกระจุกจนกระจาย ของอาจารย์ ดร.ลอย ชุนพงษ์ทอง เพื่อเข้าใจสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ได้มากขึ้น

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=bDX3u6figb8

คำนวณจากข้อมูลเงินฝาก พบว่า คนรวย 88,000 คน มีเงินฝาก เท่ากับคนที่เหลือ 68.9 ล้านคน คนมีอันจะกิน 1% มีเงินฝากเท่ากับ 67% ของเงินฝากทั้งประเทศ จะเป็นเศรษฐี 88,000 คน ควรมีเงินฝาก 15 ล้าน มีทรัพย์สิน 100 ล้าน จะอยู่ในยอดปิรามิด 1% ควรมีเงินฝาก 2.9 ล้าน มีทรัพย์สิน 19 ล้าบาท