ความเข้มข้นของความรู้

Search

Tags

fb hotel restaurant service training trainingreform การบริการ การบริการอาหาร การบริการอาหารและเครื่องดืม การฝึกอบรม การพัฒนา การอบรม การอบรมการบริการอาหาร การอบรมการบริการอาหารและเครื่องดื่ม การอบรมภายในองค์กร การเพิ่มยอดการขายอาหารและเครื่องดื่ม การไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เรามักได้ยินหรือพบเจอการที่พนักงานแผนกหนึ่งแจ้งให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการให้ เดินไปพบ หรือ เดินไปไปติดต่อ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานอีกแผนกหนึ่ง บริการ ฝึกอบรม พัฒนา ภัตตาคาร มารยาท มารยามการรับประทานอาหารตะวันตก วิทยากร วิทยากรอบรม วิทยากรอบรมการบริการ หลักสูตรการบริการ หลักสูตรอบรม หลักสูตรอบรมการบริการ หลักสูตรอบรมภายในองค์กร ห้องอาหาร อบรม อบรมการบริการ อบรมบริการ อบรมภายในองค์กร อาหารและเครื่องดื่มอบรม โรงแรม

กระบวนการฝึกอบรมหรือเรียนรู้ไม่ว่าจะจากชั้นเรียน (Class Room) โดยตรงหรือจากการปฏิบัติงานจริง (On –the-Job Training) หรือแม้แต่ในอดีตที่ไม่มีใครสอนการทำมาหากินกันง่ายๆ ใครอยากได้วิชาความรู้ต้องอาศัยการสังเกตจดจำกันเอาเองหรือที่เรียกกันว่า ครูพักลักจำ คือหมายความความว่าพอหัวหน้าหรือผู้สอนไปพักก็ต้องรีบดูชิ้นงานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะพอดูแล้วจำเอาเอง ซึ่งมันค่อนข้างยากลำบากไม่ง่ายเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พนักงานรุ่นเก่าๆ มักรัก หรือภาคภูมิใจในการการทำงานแต่ละอย่างเพราะเขารู้สึกว่ากว่าจะได้ความรู้มามันยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน

ในปัจจุบันในองค์กรต่างๆ จะมีการจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานอย่างสม่ำแสมอเพื่อให้พนักงานทำงานได้ตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ โดยการฝึกอบรมก็จะมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในด้าน

            –  ทัศนคติ (Attitude)

            –  ความรู้ (Knowledge)

            –  ทักษะความชำนาญ (Skill)

สำหรับบทนี้จะกล่าวเฉพาะในหัวข้อความรู้ (Knowledge) เป็นหลัก ความรู้ในกระบวนการฝึกอบรม (Training) จะมีความหมายที่เฉพาะมากกว่าการเรียนในระบบโรงเรียน (Studying – Teaching) การเรียนในโรงเรียนจะเน้นการบ่มเพาะพื้นฐานต่างๆ มากมายเช่น การใช้ชีวิต หน้าที่ ศีลธรรม คณิตศาสตร์เบื้องต้น สุขอนามัย ฯลฯ แต่สำหรับการฝึกอมจะเน้นความรู้เพื่อการทำงานเฉพาะชิ้นนั้นๆ เป็นหลัก ส่วนพื้นฐานต่างๆ ถือว่าได้ผ่านเรียนรู้มาจากการเรียนภาคบังคับ เช่น จบมัธยม 6 มาแล้วเป็นต้น

ภาคความรู้ในการฝึกอบรมจะเน้นเป็นระดับ โดยที่สำคัญที่สุดคือ

            1. สิ่งที่ ต้องรู้หรือเป็นหัวใจเลย (Must Know) เป็นสิ่งที่ต้องรู้เป็นหลักก่อนเลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นงานต้อนรับส่วนหน้าก็ต้องรู้เรื่องประเภท รายละเอียดและราคาของห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้นถ้าเป็นพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่มก็ต้องรู้เรื่องรายการอาหารและเครื่องดื่ม ราคา ปริมาณของแต่ละจาน รูปร่างหน้าตา และการปรุงเป็นต้น

            2. สิ่งที่ ควรรู้ (Should Know) เป็นเรื่องหรือสิ่งที่ควรรู้ต่อจากสิ่งที่ต้องรู้ ยกตัวอย่างต่อจากข้อ 1 ที่กล่าวมาแล้ว เช่น ทั้งพนักงานต้อนรับส่วนหน้าและพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่มควรรู้ สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ รอบๆ โรงแรมหรือห้องอาหาร ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ในตำบลหรืออำเภอที่โรงแรมหรือห้องอาหารตั้งอยู่

            3. สิ่งที่ น่าจะรู้” (Might Know) เป็นสิ่งที่พนักงานน่าจะรู้กระเถิบออกไปจากสิ่งที่ควรรู้อีกชั้น เช่น พนักงานบริการน่าจะรู้ว่าอัตรราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่สำคัญๆ เช่น ดอลล่าอเมริกัน เมื่อแลกเป็นเงินบาทจะจะได้เหรียญละกี่บาทเป็นต้น

การฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์ให้สามารถตอบโจทย์ของสิ่งที่ต้องรู้ (Must Know) ก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการฝึกอบรมที่มีเวลาจำกัด